2005/Apr/28

บรรดาสาวกคนอินเทรนด์ทั้งหลาย คงรู้จักเจ้าสายรัดข้อมือสีสดใส (wristband) กันเป็นอย่างดี บางคนคงรัดกันจนเต็มแขน อินเทนด์ซ้ะ (กลัวคนว่าตกกระแส)

สายรัดข้อมือจริงๆจะมีคำว่า Livestrong
ซึ่งเป็นการให้กำลังใจผู้ป่วย



ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันน่ะ ว่าเจ้าสายรัดนี้มาระบาดในเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ จำว่าเมื่อปลายปีที่แล้ว (ก็ซัก 4-5 เดือนได้) เจอเจ้าสายรัดสีสดใสวางใส่ถุงอย่างดี ขายอยู่ที่ร้านนำเข้าของจุกจิก บนห้างที่ไปกันประจำ ซึ่งวันนั้นกระป๋มก็ไปเดินห้างกะเพื่อนอีกคนนึง

ดั้นไปเตะตาต้องใจกับสายรัดสีสดใส อันเล็กนิ้ดดเดียว แต่ราคา 250B ครับ ที่เตะตาดังป้าป! คือไอป้าย 250 เนี่ยละ ("โห โครตแพงเลย ต้นทุน 20 ได้มั้ง ทำมาขายหลอกเด็กอีกแล้วมั้งเนี่ย" กระซิบกับไอแวมป์เพื่อนที่ไปด้วย) จึงเข้าไปถามด้วยความหน้าด้านผสมอยากรู้อยากเห็น ได้ความว่า

เป็นสายรัดข้อมือของมูลนิธิ แลนซ์ อาร์มสตรอง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง ที่สำคัญฮิตที่เมกามาเกือบครึ่งปีแล้ว

โอ้ว ดูดีมีหลักการ อินเทนรด์แบบสร้างภาพได้ด้วย แถมไม่ซ้ำแบบใคร ซื้อซ้ะ!(คือคนที่รู้จักผมดี จะรู้ว่าข้อมือต้องมีไรห้อยไว้ซักชิ้น ไม่งั้นขาดความมั่นใจ ที่สำคัญผมมีคนรู้จักคนนึง ที่เมื่อก่อนเป็นสาวสวย แต่เธอป่วยเป็นโรคมะเร็ง ทุกวันนี้ผอมกว่ามดอีก เห็นแล้วสงสารจับใจ เลยซื้อเพื่อให้กำลังใจคนเป็นโรคมะเร็งไง)

หลังจากนั้น 1-2 เดือน ก็เป็นกระแสกันเรื่อยมา เห็นคนสวมกันเต็มมือ เต็มเมือง ก็อดดีใจไม่ได้

ผม
" เห็นป่าวว กรูอินเทรนด์คนแรกๆเลยน่ะเฟ้ย มีคนใส่เหมือนกรูตรึมเลย(ดีใจๆ)"
แว้มป์
"อ๋อเหรอ (เสียงเรียบๆ)กรูเห็น JJ มีขายอันละ 70 อ่ะ (ตอนนี้เหลือ 30 แล้ว)"
ผม
" เฮ้ย...จริงเหรอวะ T_T (แป๋วว)"


ของจริงของแท้ ดูยากซักนิดน้อ แต่ดูจากซองที่ใส่ก็น่าจะพอเดาได้

จะมีซักกี่คนที่รู้ความหมายของเจ้าสายรัดข้อมือนี้
แต่เดี๋ยวก่อน ตอนนี้อยากเท่ห์ แล้วก็ทำบุญกับมูลนิธิต่างๆในไทยก็มีแล้วน่ะ
+ สายรัดข้อมือเพื่อมูลนิธิสายใจไทยราคา 99 บาท หาซื้อได้ตามร้านเซเว่น อีเลฟเว่น
+ สายรัดข้อมือเพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ราคาคู่ละ 40 บาท หาซื้อได้ที่ ทีม เวอร์จิ้น เรด รันเนอร์
+ สายรัดข้อมือเพื่อเตือนสติวัยรุ่นเรื่องเซ็กส์นั้นจะแจกให้ผู้ฟังวิทยุทั้ง 5 คลื่นในเครือ A-Time Media


อันนี้สายรัดบริจาคเข้ามูลนิธิของไทย โดย Virgin Radio สาวกคนอินเทรนด์ไปซื้อด่วน!
เอาล่ะซ่าร่า เพียงเท่านี้ นอกจากจะเท่ห์แล้วยังได้บุญด้วย ดูเป็นวัยซ่ะรุ่นที่ดูดี มีกึ๋นขึ้นมาทันตา โอ้ว มันยอดมากเลยจอรท์ ^^"

2005/Apr/26

หลายคนเค้ารู้จัก Blog กันมาเป็นปี ไอตัวกระผมก้พอรู้อยู่บ้างอะ ตามภาษาคนอยู่ในแวดวงไอที Society แต่ก็ยังฉงนอยู่ในใจ ว่า คร้ายย จะมาบ้าบอเขียนเรื่องตัวเองให้คนอื่นอ่านฟ่ะ แต่สุดท้ายฉานนเองก็ตกเข้ามาในบ่วง Blog ดังโครม

Topic อันเนี่ย เป็น Topic แรกนะครับ ที่เขียนใน Blog อันนี้ อันอื่นโอนสัณชาติมาจาก Blog MSN ซึ่งอ่านกันในหมู่เพื่อนฝูง (อ้อ MSN 7.0 เนี่ยมันมีเนื้อที่ Blog ให้ด้วยนา) แต่ที่ผมเลือกมาเขียนที่นี่ เพราะ...? เพราะไรว้า~

ช่วงนี้ว่างงานครับ เป็นมนุษย์ Freelance กับฟรีแล้ว คือทำได้เงินบ้าง ไม่ได้เงินบ้าง กำลังสมัครงานที่หนึ่ง เรียกสัมภาษณ์ไปก็โออยู่ รอเรียกครับ แต่ก็ไม่รู้จะได้งานอะเปล่าแต่ด้วยความบ้านไกล ไม่อยากได้งานเลยให้ตายสิโรบิน แต่ครั้นจะอยู่บ้านเฉยๆก็กระไรอยู่ไง ก็เลยต้องหางานตามภาษาการใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป

แล้วจะมาเขียนใหม่ ตอนต่อปาย~

2005/Apr/26

เรือลำน้อยๆของผมนะ แล่นอยู่ได้ด้วยการบังคับทิศทางของผมร้อย %

อาจจะมีบ้างที่ไปตามอิทธิพลของความคิดบางอย่าง ของบางคน ของบางอารมณ์ ของบางเหตุผล แต่ผมก็คือคนบังคับหางเสือด้วยตัวของตัวเอง อย่างไรก็ดี ชีวิตคนน่ะ ไม่ใช่การ์ตูนยอดมนุษย์ The Hero มีหลายครั้งที่ตัดสินใจผิดพลาดไป เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง รับกรรมหนักเบาไปตามระเบียบแต่เหล่านั้นมันก็คงมีค่า ในฐานะเป็นบทเรียน บทหนึ่งได้เท่านั้น เพราะไม่รู้จะกลับไปแก้ไขอย่างไรได้อีก

เคยมีมากกว่า 1 คน (จริงๆก็แค่ 2 คนอ่ะนะ) ที่เคยบอกว่าผมยังไม่รู้ตัวเองดี หาทิศทางให้ชีวิตของตัวเองไม่ได้ ก็คงจะจริงละนะ เพราะใครรู้จักผม จะรู้ว่า ไอคุนกัส เป็นมนุษย์ที่ขี้เบื่ออย่างแรง ทำอะไรซ้ำๆซากๆไม่ได้นาน ก็คนนี่นาไม่ใช่เครื่องจักร (แก้ตัว 555) ไอเรามันก็ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆแปลกๆเพิ่มเติม ผมอะชอบไปตีซี้ขอความรู้ใครต่อใคร เค้าให้มาหนึ่งหน้าที่ ก็ขอทำซัก 10 หน้าที่ บางทีก็สร้างความหมั่นไส้ให้ผู้คนด้วยการไปแย่งงานเค้าทำอีกแหน่ะ- -.

แถมบางโปรเจค ก็ทำมันไปทุกหน้าที่เล้ย จนสร้างความฉงนให้กับผู้คน ว่ามันจะเอาดีด้านไหนกันแน่ เพราะพอทำทุกหน้าที่ มันก็ไม่สมบูรณ์แบบทุกหน้าที่หรอก บางงานก็โดนด่าไปอีกตามระบม น้องของระเบียบ

มีพี่อยู่คนนึงพยายามจะสอนผมว่า ก็ทำมันซักหน้าที่ ที่ถนัดๆ ให้ดีๆไปเลยสิ ผมก็ปล่อยหมาออกจากปากไป ด้วยการเถียงไปว่า ถ้าคนเรามุ่งทำอยู่แต่อย่างเดียว จะเจอสิ่งถนัดจริงๆได้ยังไง มันต้องลองไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอสิ อ้าว จริงๆต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุมีผลนะว่ามะ

แต่ถ้าให้พูดแบบเข้าข้างตัวเอง เดี๋ยวนี้เราต้องทำได้หลายด้านนะ การคิดหลายเรื่อง ต้องใช้ศาสตร์ความรู้หลายประเภท แถมยิ่งรู้มาก ตัวเลือกก็ยิ่งมาก ยิ่งรู้หลายสกิลที่แตกต่างกันยิ่งดี ทำให้เรียนรู้มุมมองของผู้คนได้กว้างมากขึ้น โอกาสที่เข้ามาหาเราก็จะหลากหลายมากขึ้น ไม่เชื่อลองเรียนสกิลแปลกๆเพิ่มเติมสิ เช่นวันหยุดว่างๆก็ไปเรียน 3D อาทิตย์หน้าก็ไปเรียนทำอาหาร จบคอร์สก็ตบด้วยการเรียนร้องเพลง ถ้าหาความรู้ได้จากวิธีอื่นก็ลองทำดูน่ะ ความรู้ไม่เสียเงินก็มี คุณจะได้เจอตั้งแต่เด็ก ART แม่บ้านที่มาเรียนทำอาหารให้สามีทาน คนที่มาเรียนร้องเพลงเพราะหวังเป็นนักร้อง สนุกจะตายไป

เพียงแต่เรียนรู้ในสิ่งที่ชอบบ้าง ชอบน้อย ตามสบาย อย่าเรียนตามแฟชั่นเป็นเด็ดขาด ขอให้สนุกกับชีวิตที่หลากหลายทิศทาง หางเสืออยู่ในมือเราอยู่แล้วนี่?